สารอันตราย-ขนมจีบ

จากกรณี เพจในเฟสบุค โพสต์ตามหาแม่ค้าเร่ขายขนมจีบ หลังมีคนซื้อไปรับประทานแล้วเกิดท้องเสียรุนแรงกว่า 10 ราย เสียชีวิต 1 ราย นั้น

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ว่ามีชาวบ้านกินขนมจีบที่ซื้อจากแม่ค้าเร่ขี่รถจยย.มาขายเกือบ 20 ราย เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายแห่ง และมีหญิงสูงอายุ วัย 66 ปี ท้องเสียอย่างรุนแรงก่อนเสียชีวิต ญาติได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดหนองปรือ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบ

พบว่าญาติๆ กำลังประคองตัว นายประเสริฐ อ้นเจริญ อายุ 73 ปี ซึ่งขออนุญาตจากทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เดินทางมารดน้ำศพ นางธนู ช้างภู่พะงางาม อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นภรรยา ที่จากไปด้วยอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของลูกหลานและญาติที่เดินทางมาร่วมรดน้ำศพ

นายประเสริฐ เล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่ตนและภรรยาเดินทางไปเก็บผักที่แปลงผัก ได้มีแม่ค้าขี่รถจยย.เข้ามาขายขนมจีบ ซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยวหลอด และของกินอื่นๆ ที่บรรจุอยู่ในถุงหูหิ้วแขวนข้างรถ ภรรยาตนซื้อขนมจีบเอามากินที่บ้าน โดยแบ่งให้ลูกหลานในบ้านกินกันหลายคน มีลูกสาวเพียงคนเดียวที่ไม่ได้กิน ซึ่งขณะกินไปในครั้งแรกทุกอย่างก็ยังเป็นปกติดีไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากที่เข้านอนจนถึงกลางดึกประมาณเที่ยงคืนเศษ ได้เกิดอาการถ่ายท้องอย่างรุนแรงเรียกว่าไหลเป็นน้ำเลย

นอกจากตนแล้วคนอื่นๆ ทั้งลูกหลานและภรรยาของตนที่กินขนมจีบเข้าไปทุกคนเกิดอาการถ่ายท้องอย่างรุนแรง ส่วนหลานสาวมีอาการเวียนหัวและอาเจียนร่วมด้วย แต่ก็ต้องรอจนกระทั่งเช้าลูกสาวจึงได้พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล หลังแพทย์ได้ตรวจรักษาและก็ให้ยาและให้กลับบ้าน ซึ่งตอนนั้นอาการก็ยังไม่ดีขึ้นเพียงแต่ทุเลาลงเท่านั้น

“แต่พอกลับมาบ้านก็ยังถ่ายท้องอยู่จนกระทั่งอีกวันหนึ่งอาการไม่ดีขึ้น ลูกสาวจึงพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลบางพลีอีกครั้ง แพทย์ได้ให้ยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในช่วงบ่ายของวานนี้ ลูกสาวโทรมาบอกว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช แต่ผลชันสูตรเบื้องต้นกลับระบุว่าหัวใจล้มเหลว ในวันนี้จึงขออนุญาตหมอออกมาจากโรงพยาบาลชั่วคราวเพื่อมาดูหน้าภรรยาเป็นครั้งสุดท้าย” นายประเสริฐ กล่าว

ด.ญ.เอ (นามสมมุติ ) อายุ 13 ปี หนึ่งในผู้ป่วยได้เล่าว่า ในวันนั้นตนรับประทานขนมจีบเข้าไปทั้งหมด 3 ลูก ในช่วงเย็น แต่พอตกกลางดึกมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและอาเจียน และมีอาการถ่ายท้อง แต่เนื่องเป็นช่วงกลางดึก ประกอบกับอยู่ในช่วงเคอร์ฟิวจึงไม่ได้ไปโรงพยาบาล ทนถ่ายท้องจนกระทั่งเช้าแม่จึงได้พาตนไปหาหมอ หลังแพทย์ดูอาการและตรวจรักษาได้ออกมาระบุว่าสาเหตุมาจากอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรง โดยแพทย์ได้ฉีดยาให้จนอาการเริ่มดีขึ้นจึงได้ให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน

น.ส.อรุณี อ้นเจริญ ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า สาเหตุของการเสียชีวิตของแม่ในครั้งนี้ มั่นใจว่ามาจากการที่แม่และคนในครอบครัวหลายคนได้ซื้อขนมจีบจากแม่ค้ารถเร่รายหนึ่งมารับประทาน เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของบ้านพักของตนมี พ่อ แม่ และหลาน ที่รับประทานขนมจีบเจ้านี้ ในช่วงบ่ายจากนั้นพอตกดึกทุกคนเริ่มมีอาการถ่ายเหลวตลอดเวลาโดยไม่มีอาการปวดหรือเกร็งท้องแต่อย่างใด แต่จะถ่ายตลอดเวลา จึงพาไปส่งโรงพยาบาลสิรินธร เมื่อไปถึงก็ยังไม่หยุดถ่าย แต่ทางโรงพยาบาลได้ฉีดยาและให้พักดูอาการประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะออกมาบอกว่าสาเหตุมาจากอาหารเป็นพิษ ให้คนไข้กลับมาพักที่บ้านและห้ามทานยาหยุดถ่ายใดๆ ให้ถ่ายออกไปให้หมดเชื้อจะได้หมด

ซึ่งหลังจากพาแม่และพ่อกลับมาบ้านก็พบว่าอาการไม่ดีขึ้น จนกระทั่งรุ่งเช้าเห็นแม่ฟุบหมดสติขณะกำลังจะคลานไปขอความช่วยเหลือจากพ่อ จึงรีบแจ้งกู้ชีพให้มารับและพบว่าเสียชีวิตแล้ว ส่วนพ่อก็อาการยังน่าเป็นห่วง พบว่าแถวบ้านมีคนป่วยแบบนี้ 20 กว่ารายแล้ว และที่เขาขายมาตลอดทางจะมีใครเป็นอีกหรือไม่เราก็ไม่รู้ โดยมีญาติของผู้ป่วยรายหนึ่งที่หลานที่ยังเล็กอยู่กินน้ำจิ้มของขนมจีบเข้าไป และเกิดอาการชักและถ่ายท้องเช่นกัน ได้เก็บน้ำจิ้ม ไปให้หมอตรวจพบว่ามีสารอันตรายร้ายแรงผสมอยู่ ซึ่งเป็นสารอะไรตนก็ไม่ทราบเพราะไม่ได้ถามรายละเอียดมา ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำตัวคนขายมาสอบถามหน่อย คือมันฆ่าชีวิตแม่ของเราไป

ส่วนทางด้านน้องชายของผู้ตาย ได้ออกมาระบุว่า ในวันนั้นหลายคนที่มาซื้อของแม่ค้าคนนี้แต่ไม่เป็นอะไรเพราะซื้ออย่างอื่นไม่ได้ซื้อขนมจีบ แต่คนที่ซื้อขนมจีบไปกินเป็นลักษณะเดียวกันหมดเลย ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการใส่สารกันบูดหรือเปล่าหรือว่าช่วงนี้อากาศมันร้อนหรือมันอาจจะมีพิษ เพราะหลานที่บ้านกินแต่ขนมจีบเปล่าๆ ไม่ได้กินน้ำจิ้มก็เป็นเหมือนกันถ่ายท้องเหมือนกันหมดเลย ส่วนคนที่ตายอายุมากและภูมิต้านทานก็น้อยพอถ่ายมากๆ ทำให้เสียน้ำเยอะ และเราก็ไม่รู้ว่าเชื้อตัวนี้มันเข้าไปในกระแสเลือดหรือเปล่า แต่เวลาไปชันสูตรศพทางโรงพยาบาลเขาต้องบอกความจริงให้เรารู้ ไม่ใช่อะไรก็หัวใจล้มเหลวซึ่งมันไม่ใช่

ขอบคุณที่มาจาก ข่าวสด