เครื่องสำอางปลายองคชาตทารก

เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของหนังหุ้มปลายองคชาตเด็กทารกจัดเป็นเครื่องสำอางที่มีวัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข อย. ไม่เคยอนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้า หากตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมาย

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับเทคนิคการเสริมความงามจากต่างประเทศที่เรียกว่า พีนีสเฟเชียล (Penis Facial) หรือ Hollywood EGF Facial ซึ่งเป็นการนำหนังหุ้มปลายองคชาตเด็กทารก มาผสมทำเป็นทรีตเม้นท์ และโฆษณาระบุว่า สามารถเยียวยา ชะลอวัย และบำรุงผิว โดยมีความเชื่อในต่างประเทศว่าบริเวณปลายองคชาตของทารกนั้นมีเซลล์ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างคอลลาเจน และอีลาสติน เชื่อว่าเมื่อนำเซลล์มาผสมฉีดใบหน้าจะลดริ้วรอยได้ แต่ไม่ได้มีการศึกษาวิจัยอย่างชัดเจน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอแจ้งว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของหนังหุ้มปลายองคชาตเด็กทารก จัดเป็นเครื่องสำอางที่มีวัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ.2559 ที่กำหนดให้เซลล์ เนื้อเยื่อ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากมนุษย์ เป็นวัตถุที่ห้ามใช้ เนื่องจากมีความเสี่ยงเกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้อโรค เข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ซึ่งห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า รับจ้างผลิตหรือขายเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมเหล่านี้เด็ดขาด นอกจากนี้ การโฆษณาสรรพคุณว่าสามารถเยียวยา ชะลอวัย เป็นการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินกว่าการเป็นเครื่องสำอาง หากตรวจพบจะดำเนินการ ตามกฎหมาย

รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า อย. ขอเตือนผู้บริโภคให้ระมัดระวังการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ  ต่าง ๆ การซื้อเครื่องสำอางต้องดูฉลากผลิตภัณฑ์และสูตรส่วนประกอบ อย่าหลงเชื่อโฆษณาเครื่องสำอาง  ที่โอ้อวดสรรพคุณ หรือมีส่วนผสมของวัตถุห้ามใช้ เพราะเป็นเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีของหนังหุ้มปลายองคชาต มีความเสี่ยงเกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้อโรคด้วย หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ E-mail:1556@fda.moph.go.th หรือตู้ ปณ. 1556  ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11000 หรือผ่านทาง Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

[cv]